อาหารสุขภาพ ช่วยแก้ปวดประจำเดือน

อาหารสุขภาพ ช่วยแก้ปวดประจำเดือน การปวดประจำเดือนก่อให้เกิดปัญหาให้กับผู้หญิงเป็นจำนวนมากเมื่อเวลาปวดจะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันในเรื่องการทำงานทำให้ต้องหยุดงานหรือกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 – 2 วันเป็นประจำทุกเดือน นอกจากอาการปวดท้องประจำเดือนแล้วยังอาจมีอาการอื่น ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดหัว อารมณ์เสีย อารมณ์แปรปรวน

สาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนก็เนื่องจากสารพรอสตาแกลนดิน (ชนิด PG2) ซึ่งสร้างไขมันที่สะสมในเซลล์ผนังมอลูก ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหดตัวของกล้ามเนื้อและของหลอดเลือด การแข็งตัวของเลือดและอาการเจ็บปวด

นายแพทย์นีล บาร์ราร์ด ( Neal Bernard )และคณะผู้ทำวิจัยเรื่องนี้แนะว่า ถ้าผู้หญิงลดการบริโภคไขมัน ลงจะทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนลดลง เป็นการลดการเจริญเติบโตของเซลล์และลดการหลั่งสาร พรอสตาแกลนดินในผนังมดลูก นอกจากนี้อาหารยังมีส่วนช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนเพศ ซึ่งจับกับสารโกลบูลินและยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเอสโทรเจน ทำให้ลดอาการคือารมณ์แปรปรวน ในช่วงมีประจำเดือนได้

อาหารประเภทไขมันทำให้ระดับเอสโทรเจนสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไขมันชนิดใดก็ตาม ถ้าเราลดปริมาณไขมันในอาหารลง ระดับเอสโทรเจนจะลดลงอย่างชัดเจนภายในเดือนแรก นักวิจัยโรคมะเร็งจึงให้ความสนใจอย่างมากกับปรากฏการณ์นี้ เพราะเอสโทรเจนเป็นตัวที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และลดระดับเอสโทรเจนในเลือดจะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมไป ด้วย นัก

วิจัยพบว่า อาหารมังสวิรัติไขมันต่ำไม่เพียงพอต่อการช่วยลดอาการและความรุนแรงของการปวดท้องประจำเดือนลดลง และยังลดอาการอื่น ๆ ก่อนมีประจำเดือนได้ เช่น ปวดหัว ปวดหลังบวมน้ำ และ หงุดหงิดได้อย่างชัดเจน

วิธีการปฏิบัติการ 14 วัน ปวดประจำเดือน (จากหนังสืออาหาร บำบัดโรค โดยอาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช)

1 ลดไขมัน ลดเนื้อสัตว์ไขมันทุกชนิดรวมทั้งเนื้อสัตว์บก น้ำสลัดชนิดครีม อาหารทอดทุกชนิด รายงานการวิจัยเมื่อปี ค.ศ 2000 พบว่า หญิงที่เปลี่ยนมาบริโภคอาหารมังสวิรัติที่มีไขมันต่ำ(อาหารเจ อาจไม่ให้ผลในกรณีนี้เพราะมีไขมันสูง)เป็นเวลา 2 รอบประจำเดือน จะมีอาการปวดและอืดบวมน้อยลง หากลดปริมาณไขมันลงครึ่งหนึ่งจะลดระดับ เอสโทรเจน ได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และถ้าลดลงได้มากกว่านั้น การผลิตเอสโตรเจนก็ยิ่งน้อย อาการปวดท้องก็จะลดลงอีก

2.เลือกปลาและไข่แทนมีรายงานการวิจัยว่า กรดโอเมก้า- 3 หรือน้ำมันปลาช่วยลดอาการปวดท้องได้ และการเสริมน้ำมันปลาจะช่วยลดปริมาณประจำเดือนในสาว ๆ ที่มีประจำเดือนมามากจนในท่อน้ำแตก

3.เพิ่มอาหารที่มีกากใย จากผล ผลไม้ และเมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี ใยอาหารจะช่วยให้ร่างกายลดเอสโทรเจนส่วนเกินได้ ตับจะดึงเอสโทรเจนจากกระแสเลือดผ่านท่อน้ำดีเข้าไปในลำไส้เล็กซึ่งจะมีใยอาหารทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำคอยดูดซัมและนำไปกำจัดออกพร้อมของเสียยิ่งกินใยอาหารมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เอสโทรเจนถูกขจัดออกจากระบบมากขึ้น คนที่กินเนื้อสัตว์มากเท่าใด อาหารก็ยิ่งมีใย อาหารน้อยเอสโทรเจนก็จะวนกลับเข้ากระแสเลือดและเพิ่มระดับเอสโทรเจนในกระแสเลือดมากขึ้นอีก เราสามารถยับยั้งกระบวนการนี้โดยกินอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้นจากเมล็ดธัญพืชต่างๆ ถั่วต่าง ๆ ผัก และผลไม้

4.ลดเค็ม กินอาหารรสจัดโดยเฉพาะรสเค็มให้น้อยลง อาจช่วยลดอาการอืดและบวมน้ำในผู้หญิงบางคนได้

5.ลดกาแฟอีกน้ำตาลและแอลกอฮอล์

6.กินอาหารแคลเซียมสูง แพทย์หญิงซูซาน ธีร์-จาคอบส์ (Susan –Thys-Jacobs)แห่งโรงพยาบาลเซนต์ลุคส์-โรสเวลต์ ประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้กินแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม จะช่วยลดประจำเดือนไ อาหารแคลเซียมสูง ได้แก่ผลิตภัณฑ์นมพร่องมันเนยหรือขาดไขมัน โยเกิร์ต เนยแข็ง เต้าหู้ ผักใบไม้เขียวจัด

สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดแม้จะไม่มีข้อมูลการวิจัยที่ชัดเจน แต่ก็มีการใช้มานานในด้านแผนโบราณในการลดอาการปวดท้องประจำเดือน สมุนไพรบางชนิดมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมน ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย

7.วีพีโอ หรือกรดแกมมาไลโนเลนิก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ทำหน้าที่ยับยั้งการหลั่งสารไซโตไคน์ (cytokine) และสารพรอสตาแกลนติน ซึ่งผลิตจากผนังมดลูก มีผลต่อการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกและการปวดท้องประจำเดือน

8.น้ำสมุนไพรบางชนิด ดื่มได้อย่างปลอดภัยและช่วยรู้สึกสบายขึ้น น้ำขิงช่วยลดอาการคลื่นไส้น้ำราสป์เบอร์รี่และสมุนไพร คาโมมายล์ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

9. ตังกุยสมุนไพรจีน มีสารที่ช่วยการขยายหลอดเลือด ป้องกันการบีบเกร็งของหลอดเลือด แต่มีคำเตือนว่าไม่ควรกินปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังมีความไวต่อแสงแดดได้

นอกจากการปรับเรื่องอาหารการกินเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุลแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การฝึกโยคะและการฝึกสมาธิ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้